| 1. |
ขั้นตอนการพิจารณาวาระ
วาระการประชุมผู้ถือหุ้น จะต้องผ่านการพิจารณาขั้นต้นจากฝ่ายบริหารกองทุน
/ ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ หากวาระการประชุมเป็นวาระทั่วไปในเรื่องที่ไม่มีผลกระทบต่อ
ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ให้ทางฝ่ายบริหารกองทุน
/ ฝ่ายวิจัยและ กลยุทธ์ สามารถพิจารณาเสนอความเห็นได้ตามปกติ
แต่หากมีวาระที่มีผลกระทบ ต่อผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หรือมีวาระที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทจัดการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ให้ทางฝ่ายบริหารกองทุน / ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ นำวาระดังกล่าวเข้าการประชุมคณะกรรมการการลงทุน
เพื่อขอมติไปออกเสียงใน การประชุม
|
| 2. |
การจัดสรรบุคคลเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทจัดการสามารถมอบหมายให้พนักงานของบริษัทจัดการ
หรือกรรมการอิสระของบริษัทที่กองทุนลงทุนเป็นผู้ใช้สิทธิตามที่บริษัทมีมติมอบไว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ควรมอบหมายให้ทางฝ่ายบริหารกองทุน / ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว
|
| 3. |
เกณฑ์การใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างเป็นอิสระในเรื่องที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประโยชน์ของกองทุน
และสามารถแสดงได้ว่าบริษัทรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้แก่กองทุน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องใช้สิทธิออกเสียงเพื่อกองทุนที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทจัดการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
จึงให้คณะกรรมการการลงทุนเป็นผู้กำหนดรายละเอียดในการไปใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม
ผู้ถือหุ้นในนามกองทุน ทั้งนี้ให้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ
รวมทั้งให้เป็นไปตามกฎระเบียบของทางการ
|
| 4. |
ขั้นตอนการตรวจสอบการดำเนินการในการใช้สิทธิออกเสียง
บริษัทจัดการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทจัดการในการไปใช้สิทธิออกเสียง ต้องกลับมาจัดทำรายงานการใช้สิทธิเป็นรายเดือนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ของทุกเดือนพร้อมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการกองทุนทราบ และให้
ผู้ดูแลการปฏิบัติงานตรวจสอบการดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงตามแนวทางที่บริษัท
จัดการกำหนดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เพื่อพิจารณาก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
ต่อไป
|
| 5. |
ระยะเวลาในการจัดเก็บเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียง
บริษัทจัดการจะจัดเก็บเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ใช้สิทธิออกเสียง
|
| 1. |
ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน
และการจ่ายเงินปันผล |
- บริษัทมีการจัดทำงบการเงินเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี
- งบการเงินได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีอย่างไม่มีเงื่อนไข
หรือไม่มีข้อสังเกตในลักษณะที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับงบการเงินหรือมีส่วนใดที่แสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง
- พิจารณาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับปีที่ผ่านมาว่า มีความสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ
และภาวะของอุตสาหกรรม
- การจ่ายเงินปันผล ให้เป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท
โดยจัดสรร ให้เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดไว้สำหรับ หุ้นบุริมสิทธิ
และการพิจารณาจ่ายเงินปันผลต้องไม่กระทบกับสถานะการเงินของบริษัท
โดยไม่มีการกู้เงินมาจ่ายปันผล หรือจ่ายปันผลทั้งที่ผลการดำเนินงานขาดทุน
|
| 2. |
การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์สำคัญ
การซื้อขายให้เช่ากิจการ การควบหรือรวมกิจการการจ้างบริหาร และการครอบงำกิจการ
|
- การลงทุนเน้นประโยชน์ของผู้ถือหุ้น โดยให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนนั้น
- พิจารณาวิธีที่ใช้ในการประเมินราคาของสินทรัพย์ที่เข้าลงทุน
ให้เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม เช่น วิธีการประเมิน ด้วยวิธี
Book Value, DCF และตรวจสอบอัตราผลตอบแทนการลงทุน ระยะเวลาคืนทุน
(โดยใช้เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรม) และการประเมินมูลค่าของทรัพย์สิน
กระทำโดยผู้ประเมินอิสระซึ่งมีความน่าเชื่อถือ
- พิจารณาแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุน และผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทภายหลังการลงทุนโดยเฉพาะสัดส่วน
D/E
- พิจารณาว่าการลงทุนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับผู้บริหารและกรรมการของบริษัทหรือไม่
ในกรณีที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบส่วนได้เสียของผู้บริหารและกรรมการว่าต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
|
| 3. |
การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการ
|
- กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจ
และไม่มีข้อพิพาททางกฎหมาย และไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
- กรรมการไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัท และไม่เป็นกรรมการในบริษัทที่เป็นคู่แข่ง
- พิจารณาจำนวนของกรรมการให้เหมาะสมกับความจำเป็นและประเภทธุรกิจ
โดยพิจารณาสัดส่วนจำนวนกรรมการอิสระให้เหมาะสมกับจำนวนกรรมการ
ทั้งนี้เพื่อช่วยสร้างสมดุลการตัดสินใจ
- พิจารณาว่ากรรมการได้มีการทำหน้าที่อย่างเหมาะสม เช่นอาจพิจารณาจากจำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุมกรรมการ
การขาดประชุมบ่อยครั้ง ควรมีเหตุผลอันสมควร
|
| 4. |
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุนกิจการ
เช่น การเพิ่มทุน การลดทุน การไม่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้
ถือหุ้นเดิม การปรับโครงสร้างหนี้ และการออกหุ้นกู้
|
- ในการปรับโครงสร้างเงินทุนกิจการ เช่นการออกหุ้นกู้ การเพิ่มทุน
หรือการ refinance ให้พิจารณาความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของการปรับโครงสร้าง
วัตถุประสงค์ของการใช้เงิน แผนการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทและผู้ถือหุ้นจะได้รับ
และต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
- การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้ภาระหนี้สิน ของบริษัทสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันควร
เช่นเกินกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน
- การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องทำให้บริษัทมีสถานะที่ดีขึ้นไม่ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
หรือภาระการชำระดอกเบี้ยของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น หรือทำให้ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นต่ำลง
อย่างผิดปกติ หรือกระทบกับ cash flow อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ต้องคำนึงต้นทุนและผู้ถือหุ้นในกรณีที่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ
ผลกระทบต่อราคาหุ้นในกรณีใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญ
- ในกรณีที่นำเงินที่ได้ไปใช้ขยายงาน หรือลงทุนเพิ่ม ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ
ความคุ้มค่าของผลตอบแทนของโครงการและระยะเวลาการคืนทุน รวมทั้งความเสี่ยงอันเกิดจากการขยายงานนั้น
จะต้องเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นหรือมูลค่าหุ้น
- ในกรณีเพิ่มทุน ต้องพิจารณาถึงวิธีการจัดสรรหุ้น การกำหนดราคาหุ้น
โดยหากไม่ได้จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม ให้พิจารณาถึงการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
การกำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นเดิมควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ต่ำจนเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาด
|
| 5. |
การจ่ายตอบแทนพิเศษให้แก่กรรมการ
การเสนอขายหลักทรัพย์แก่กรรมการและพนักงาน
|
- การจ่ายค่าตอบแทนให้กรรมการต้องสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท
ทั้งนี้ควรพิจารณาเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมซึ่งควรอยู่ในระดับที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กรรมการที่มีคุณภาพทำงานให้บริษัท
แต่อย่างไรก็ตาม การจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวต้องไม่ส่งผลกระทบด้านลบ
ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจนไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้
- การจัดสรรการให้สิทธิแก่กรรมการและพนักงานในการซื้อหุ้นของบริษัท
ไม่ควรเกินคนละ 5% ของจำนวน ESOP ที่เสนอขายทั้งหมดต่อปี หากให้สิทธิมากกว่านั้นบริษัทควรมีการอธิบายเหตุผลประกอบเป็นรายบุคคล
ซึ่งการให้สิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสถานการณ์
- ให้พิจารณาถึงผลประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการออก Warrant
หรือ ESOP และผลกระทบของการลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม
(Dilution effect) ไม่ควรเกิน 5% ในแต่ละปีที่สามารถใช้สิทธิ
- การจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้พนักงานทำงานกับบริษัทในระยะยาว
ดังนั้นควรพิจารณาระยะเวลาการใช้สิทธิ สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ใช้สิทธิในแต่ละปีและราคาที่ใช้สิทธิให้เหมาะสมโดยใช้ราคาตลาดเป็นตัวเปรียบเทียบ
|
| 6. |
การทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
|
- การทำรายการดังกล่าวจะต้องสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท
สามารถชี้แจงความจำเป็นที่จะต้องทำรายการดังกล่าว และมีเงื่อนไขของรายการ
เป็นหลักเกณฑ์ปกติและเป็นธรรม
- รายละเอียดเงื่อนไขและราคา สามารถอ้างอิงเปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม
หรือเทียบเคียงจากบุคคลภายนอกที่น่าเชื่อถือ
- มีการเปิดเผยข้อมูล ความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยง
- พิจารณาความเห็นของที่ปรึกษาการเงินประกอบ
|
| 7. |
การแต่งตั้งและถอดถอนผู้สอบบัญชีของบริษัท
|
- ผู้สอบบัญชีต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแล
และไม่มีประเด็นสงสัยในความน่าเชื่อถือหรือความเป็นอิสระของสำนักงานสอบบัญชีหรือผู้สอบบัญชี
เช่น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือผู้บริหารบริษัท
ฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- เปรียบเทียบค่าสอบบัญชีกับปีที่ผ่านมา และเทียบกับอุตสาหกรรม
โดยพิจารณาเหตุผลชี้แจงของการปรับค่าสอบบัญชีที่เพิ่มขึ้น
- ให้สอบถามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชี
|
| 8. |
การแก้ไขข้อบังคับของบริษัท
|
- ต้องมีความถูกต้องและสอดคล้องกับสิ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้พิจารณาอนุมัติไปแล้วในวาระก่อนหน้า
|
| 9. |
วาระอื่น ๆ
|
- กำหนดให้งดออกเสียง หากมีการเพิ่มวาระพิจารณาโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า
เพื่อป้องกันการแทรกวาระที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
|
| 10. |
แนวทางสำหรับกรณีอื่น
ๆ
|
- หากมีวาระหรือข้อพิจารณาอื่น ให้ถือหลักเป็นประโยชน์โดยรวมต่อผู้ถือหุ้นและบริษัทเป็นสำคัญ
โดยพิจารณาถึงรายละเอียดและความเหมาะสมแล้วแต่กรณีไป
|