English
        

ผู้บริหารกับวิสัยทัศน์กองทุนแสนล้าน

พัฒนาการ 30 ปี สู่ศักยภาพ
MFC วิสัยทัศน์กองทุนแสนล้าน

        วิถีผู้คนที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิต การสร้างความมั่นคงให้กับอนาคต คือความจำเป็นสำหรับการดำรงอยู่เพื่อสิ่งดีกว่า ตั้งแต่การเริ่มต้นวัยทำงาน สู่ช่วงบั้นปลาย

        บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) บริษัทจัดการกองทุนรวมแห่งแรกของประเทศไทย กลายเป็นทางเลือกอันโดดเด่น ในด้านของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอย่างครบวงจร ตั้งแต่ยุคแรกของความนิยมออมทรัพย์ เพื่อหลักประกันสำหรับความเป็นอยู่ ไม่แพ้กับการฝากสินทรัพย์ผ่านสถาบันการเงิน กิจกรรมกองทุนมากมาย สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนผู้สนใจ ตามแนวคิดสร้างสรรค์ของทีมงานมืออาชีพ ภายใต้แนวคิด “เราทำเงินให้ทำงาน”

        ... แน่นอน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) และ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว”(LTF) กลายเป็นหัวใจของการสานฝันความมั่นคงกับผู้คนมากมาย ณ วันนี้


ดร.พิชิต อัคราทิตย์

ความเชื่อมั่น 30 ปี บลจ. อันดับ 1
        “ดร.พิชิต อัคราทิตย์” กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี (MFC) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาของบริษัทว่าเอ็มเอฟซีเป็นบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) แห่งแรกของไทย มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2518 ภายใต้ชื่อ “บริษัทกองทุนรวมจำกัด” โดยมีวัตถุประสงค์ในระยะเริ่มแรกให้เป็นสถาบันการเงินที่ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อการระดมเงินออมจากประชาชนทั่วไปเพื่อพัฒนาตลาดทุนของประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation - IFC) จน ปัจจุบันทำหน้าที่ด้านการบริหารสินทรัพย์ให้กับภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศในวงกว้าง เป็นผู้นำด้านการจัดการกองทุนที่ครบครัน ทั้งด้านการจัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล มีทรัพย์สินภายใต้บริหารจัดการรวมสูงสุด ทั้งสิ้นกว่า 170,000 ล้านบาท (ณ กันยายน 2548) ตลอดจนการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์อีกด้วย

        “เอ็มเอฟซี เป็น บลจ. รายเดียวที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Corporate Governance) โดยถือแนวปฏิบัติตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลในระดับสากล ถือหุ้นโดยภาครัฐกว่าร้อยละ 50 อันได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน และธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ที่ส่งเสริมให้เกิดความแข็งแกร่งและมั่นคงแก่บริษัท”

ขีดความสามารถแข่งนานาชาติ
        “ช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจในเชิงรุก ด้วยการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบและยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้ก้าวสู่ระดับนา นาชาติ พัฒนาบุคลากรด้านการลงทุนและวิจัยให้มีระดับขีดความสามารถด้านการบริหารสินทรัพย์ อยู่ในระดับมาตรฐานสากล รองรับกรอบการบริหารสินทรัพย์จากคณะกรรมการนโยบายการลงทุน (Investment Policy Council) ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์อันยาวนานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ร่วมกับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และสถิติ ประมวลข้อมูลที่ครบถ้วนผ่านทางคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและบริหารพอร์ตการลงทุนสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนของบริษัท”

สุดยอดรางวัลรับรองผลงาน
        ผลการทำงานอย่างหนักภายใต้ทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งทำให้ “เอ็มเอฟซี” ได้รับรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ อาทิเช่น รางวัล SET Awards ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ในปี 2004 และ ปี 2003 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับรางวัลประเภท Best Asset Management ในปี 2003 สำหรับการบริหารกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในปี 2545 และประเภท Best Asset Management ในปี 2004 สำหรับการบริหารกองทุนเปิดผสมแบบไม่กำหนดสัดส่วนที่ให้ผลตอบแทนรวม (Composite Return) สูงสุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงของกองทุน และ รางวัล The Post/Lipper Thailand Fund ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ได้แก่ รางวัลประเภทกองทุนรวมผสมแบบไม่กำหนดสัดส่วนที่มีผลตอบแทนดีเด่นในระยะเวลา 5 ปี (ในปี 2546 และปี 2545) จากกองทุนเปิดไอเอฟซีทีร่วมทุน และรางวัลประเภทกองทุนรวมหุ้นที่มีผลตอบแทนดีเด่นในระยะเวลา 5 ปี ในปี 2547 จากกองทุนเปิดสินภิญโญสี่ นอกจากนี้ “เอ็มเอฟซี” ยังเป็นผู้นำในนวัตกรรมทางการเงินด้วยการมีกองทุนที่มีความหลากหลาย นับแต่กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่นและกองทุนรวมตราสารหนี้ ตลอดจนกองทุนคุ้มครองเงินต้น ที่สร้างทางเลือกและโอกาสให้แก่ผู้ลงทุนอย่างครบถ้วน

        “เราตระหนักถึงความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ”เอ็มเอฟซี” ได้ใช้ความสามารถด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมืออาชีพสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายภาครัฐ ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (Social responsibility) ได้แก่ กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุน กองทุน Tsunami Recovery Fund เพื่อการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิในภาคใต้ และกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีอิสลามิกฟันด์ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์กองทุนครั้งแรกเพื่อชาวมุสลิมโดยเฉพาะ ตลอดจนการเป็นที่ปรึกษาโครงการ Mega Project เช่น โครงการ Mass Transit เป็นต้น เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ๆ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว”

เป้าหมายอนาคตมั่งคั่ง-มั่งคง
        “บริษัทกำลังดำเนินการเร่งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้น ด้วยการขยายความร่วมมือและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับตัวแทนขายทั้งในและต่างประเทศ ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านตัวแทนขายอิสระ เปิดช่องทางการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต และพัฒนาระบบ Tele-marketing เพื่อสนับสนุนการขยายการดำเนินกิจการของบริษัทให้ก้าวไกลออกไปยิ่งขึ้น และในช่วง 5 -10 ปีข้างหน้า เอ็มเอฟซีมีความมุ่งมั่นจะขยายขอบข่ายของธุรกิจให้กว้างไกลออกไป ให้ครอบคลุมการบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ โดยใช้หลัก Wealth Management เป็นแนวทางนำไปสู่ความสำเร็จ เป็นบริษัทชั้นนำด้านการให้บริการและบริหารความมั่งคั่ง ที่เป็นเลิศในระดับภูมิภาค”
(หมายเหตุ: การจัดอันดับของสถาบันดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน)


ชัยพนธ์ โอสถาพันธุ์

ออมเงินสู่บั้นปลายชีวิต
        “ชัยพนธ์ โอสถาพันธุ์” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดเรื่องกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นการตอบสนองแนวนโยบายของรัฐ ในการเล็งเห็นความสำคัญของคนวัยเกษียณ เนื่องจากปัจจุบันอายุโดยเฉลี่ยคนเรายืนยาวขึ้น สมัยก่อนเมื่อคนเกษียณอายุต้องพึ่งลูกหลาน แต่เมื่อสังคมชนบทเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง ครอบครัวใหญ่กลายเป็นครอบครัวเล็ก โอกาสพึ่งลูกหลานยากขึ้น จำเป็นต้องพึ่งพิงตัวเองจากเงินออมที่เก็บไว้

        “ความจริงประการหนึ่ง คือ เงินรายได้จากบำเหน็จบำนาญในช่วงท้ายของชีวิต มักไม่ค่อยเพียงพอกับรายจ่ายในทางปฏิบัติ เพราะตามสถิติคนเราควรมีรายได้ 60 % ของเงินเดือนในช่วงเกษียณจึงจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข นั่นจึงนำมาสู่แรงสนับสนุนของรัฐ ในการจัดตั้งระบบกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยใช้ภาษีเป็นสิทธิประโยชน์ เพื่อกระตุ้นการออม”

พัฒนาการแนวคิดเพื่อสังคม
        “เนื่องจากแนวโน้มการคำนวณอายุของคนเรา ปี 2563 คาดหมายว่าอายุเฉลี่ยผู้ชาย จะอยู่ในเกณฑ์ 85 ปี ผู้หญิง 89 ปี เพราะสภาพการสาธารณสุขเมืองไทยดีขึ้น ถ้าคนทำงานปัจจุบันเกษียณอายุ 60 ก็แปลว่า อีก 25 ปี หรือ 29 ปี ถึงจะเสียชีวิต แสดงว่าคุณต้องใช้ชีวิตไปอีก 25 ปี แล้วคุณมีเงินหรือไม่ มีงานทำหรือไม่ ถ้าคุณช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว รัฐบาลต้องเข้ามาช่วย สังคมต้องกลายมาเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบ นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารเงินอย่างเอ็มเอฟซี ถึงเข้ามาดำเนินบทบาทในเรื่องกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ด้วยความตระหนักยิ่งในคุณภาพการดำรงชีวิต และการรับผิดชอบต่อสังคมไทย บนเงื่อนไขและหลักการง่าย ๆ ผ่านตัวเลขเงินออมเพียงเล็กน้อยต่อเดือน แต่สามารถมีสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้รวมกันไม่เกิน 15 % ของรายได้ในแต่ละปี และไม่เกิน 300,000 บาท

        เราคำนวณกันว่าถ้าคุณต้องใช้เงินในช่วงหลังเกษียณเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 29 ปีจะเป็นเงินถึง 3 ล้านบาทคุณจะทำอย่างไร เพราะน้อยคนนักที่จะมีเงินเก็บถึง 3 ล้านบาทในช่วงชีวิตหลังเกษียณ เพราะฉะนั้นเราพยายามให้คุณตื่นตัวต่อการเก็บออมเงินเพื่ออนาคตวันหน้า สมมุติถ้าคุณเริ่มออมตั้งแต่อายุ 30 ปี โดยมีเงินเดือน 5,000 บาท แล้วลองเก็บออมตั้งแต่วันนี้ไว้ 5 % บวกกับตัวเลขรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากการปรับเพิ่มเงินเดือนปีละประมาณ 5 % ระยะเวลาประมาณ 30 ปี คุณจะมีเงินถึง 400,000 บาท (ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 5.5%) และถ้าลองขยับตัวเลขรายได้จากเงินเดือน 10,000 บาท และออมเพิ่มขึ้น เป็น 15 % บวกกับตัวเลขรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากการปรับเพิ่มเงินเดือนปีละประมาณ 5 % และต้องการให้มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเป็น 7% ในเวลา 30 ปี เมื่อครบ 60 ปีคุณจะมีเงินเก็บถึง 3 ล้านบาท คุณจะสามารถมีเงินใช้จ่ายในช่วงอายุ 60 ปี อย่างสบาย ๆ ดังนั้น ทุกคนควรจะรีบออมเงินเพื่อบั้นปลายชีวิต ยิ่งออมเร็วยิ่งมีโอกาสที่เงินเก็บบั้นปลายมากขึ้น”

เพิ่มพูนทรัพย์ผ่านตลาดหุ้น
        ขณะที่ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) เกิดขึ้น บนแนวนโยบายเพื่อช่วยวางแผนการลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ “ชัยพนธ์” ขยายความหมาย ว่า เนื่องด้วยเพราะเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาการลงทุนผ่านหลักทรัพย์ค่อนข้างมีความผันผวน ตามวิธีการลงทุนของคนไทยในลักษณะเก็งกำไร แต่สำหรับมุมมองของภาครัฐ อยากเห็นความเข้มแข็งในลักษณะการลงทุนระยะยาว จึงเกิดกุศโลบายทางภาษีขึ้นมา นั่นคือที่มาของการออกกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เอ็มเอฟซีจึงตั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เพื่อระดมเงินผู้สนใจไปสู่แนวการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือ มีราคาของหลักทรัพย์ที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน (Value stocks) รวมถึงลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง (Growth Stocks)

        “สิ่งสำคัญของกองทุนประเภทนี้ นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีถึง 2 ทางคือ ค่าซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่ลงทุนจริง ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทเช่นกัน และอีกทางหนึ่งคือ กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนหรือ Capital gain ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี ถ้าผู้ลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนเมื่อลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี”


ดร. ศุภกร สุนทรกิจ

สร้างสรรค์เครื่องมือสร้างผลสำเร็จ
        ทิศทางการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะการเงินนักลงทุนไทย “ดร.ศุภกร สุนทรกิจ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ / ฝ่ายวิศวกรรมการเงิน เติมเต็มความเข้าใจทั้งหมด ว่า โดยธรรมชาติคนส่วนใหญ่จะกลัวการลงทุนที่อาจต้องเกี่ยวเนื่องกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันเม็ดเงินก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการแสวงหาความเพิ่มพูน ฉะนั้นโดยหน้าที่ของเอ็มเอฟซี จำเป็นต้องออกแบบเครื่องมือเพื่อการลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละรายให้มากที่สุด ของแต่ละช่วงเวลาอันเหมาะสม

        “ยกตัวอย่างกองทุนประเภท LTF เมื่อปี 2547 เราใช้การเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่มีคุณค่า
เพราะเรามองว่าการลงทุนในหุ้นย่อมมีความเสี่ยงอยู่ในตัวเอง แต่หุ้นที่มีคุณค่าจะสามารถมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะในเรื่องเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะ stable ไม่ใช่หุ้นที่ระดับราคาขึ้น ๆ ลง ๆ หวือหวา เอ็มเอฟซีเน้นการสร้างโอกาส success ในแง่ของผลตอบแทนมากกว่า”

คัดสรรข้อมูลสู่ศักยภาพกองทุน
        ภาวการณ์แข่งขันเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ทำให้ “เอ็มเอฟซี” เสริมสร้างความเชื่อมั่นในวิธีการทำงานมาตลอดระยะเวลา 30 ปีนับแต่การก่อตั้งบริษัท “ดร.ศุภกร” กล่าวเสริมว่า โดยกระบวนการสิ่งที่เอ็มเอฟซีให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือเรื่องของ information เพราะหุ้นดีใครย่อมสนใจลงทุนเป็นธรรมดา แต่วิธีการมองไปสู่อนาคตภายใต้ข้อมูลที่ดี อันนี้เป็นความแตกต่างที่เอ็มเอฟซีมีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในการทำประโยชน์ได้มากกว่า

        “เอ็มเอฟซีมีหน่วยงานเรียกว่า in-house research ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนด้านการลงทุน และสนับสนุนด้านข้อมูลให้ฝ่ายบริหารอีกทอดหนึ่ง และเป็นทีมที่ใหญ่มาก แม้หลายคนมองว่าตัวผู้จัดการกองทุนก็สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่สำหรับเอ็มเอฟซี เราให้ความสำคัญกับตรงนี้มาก จนกลายเป็นข้อแข็งแกร่งอีกประการหนึ่งของเอ็มเอฟซี ยิ่งประกอบกับข้อมูลจากโบรคเกอร์ ข้อมูลจากงานวิจัยภายนอก ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เอฟเอ็มซีชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการ และพัฒนาการฟังก์ชั่นกองทุนอย่างมีศักยภาพ”

นวัตกรรมก้าวไกลแข่งขันภูมิภาค
        ความหลากหลายของกระบวนพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดีที่สุด สำหรับผู้สนใจออมเงินเพื่อความมั่นคงแห่งชีวิตในอนาคต กลายเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้ “เอ็มเอฟซี” สามารถเดินก้าวสู่สุดยอดความสำเร็จ ไม่เฉพาะกับการลงทุนภายในประเทศ แต่ระดับภูมิภาคเอเซียก็กำลังเป็นบันไดไต่ขั้นเทียบเคียงกับกองทุนระดับนานาชาติ

        “วันหนึ่งเราสามารถลงทุนตลาดหุ้นในทั่วโลก ตราสารหนี้ทั่วโลก ต่อไปต้องดูว่าอะไรคือก้าวต่อไปของการสร้างสรรค์ แนวคิดสร้างสรรค์ของเอ็มเอฟซีไม่เคยหยุดนิ่ง ปรัชญาของของผู้บริหารเอ็มเอฟซีเชื่อว่าเราโตได้ และเราก็จะโตต่อไป เป็นการโตนอกประเทศไทย แต่สิ่งที่ต้องได้มากคือความสามารถของบุคลากรที่มีความพร้อม ต้องมีความรู้ในแต่ละด้านของการลงทุน เราคิดเสมอว่าถ้าคิดจะแข่งขันต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นหลายเท่าตัว

        “แนวรุกของไตรมาส 4 เอ็มเอฟซีจะเป็นช่วงโหมในเรื่อง innovation being the leader คือเลือกทำในสิ่งที่ใช่และโดนกับตลาดจริง ๆ แม้ว่าบางมุมต้องใช้เวลาบ้างก็ตามในการเตรียมทีมมากขึ้น เพราะการบุกตลาดต่างประเทศต่อจากนี้จำเป็นต้องมีความพร้อมอย่างที่สุดในทุก ๆ ด้าน สิ่งสำคัญคิดว่าช่องทางการตลาดของกองทุนรวมยังมีอะไรให้ต้องเติมอีกมากมายเพื่อความเป็นหนึ่งของในภูมิภาคของเอ็มเอฟซี ขณะเดียวกันลูกค้าก็จะได้รับการตอบแทนจากการลงทุนในลักษณะที่น่าพึงพอใจ ไม่ว่าตลาดหุ้นจะบวกหรือลบ”

MFC with Good Corporate Governance


สุนทร พจน์ธนมาศ

        บลจ. เอ็มเอฟซี ยึดมั่นในหลักการ Good Corporate Governance ในฐานะที่เป็นบริษัทจัดการกองทุนเพียงแห่งเดียวในประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทจึงยึดแนวนโยบายปฏิบัติตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหลักสากล มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีในบริษัท และจัดให้มีนโยบายสำคัญของบริษัทอันเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี เช่น มุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการในระยะยาวโดยการบริหารงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตนเอง จัดให้มีข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Best Practices) และจรรยาบรรณพนักงาน (Code of Conduct) เพื่อให้กรรมการและพนักงานถือปฏิบัติ เป็นต้น

        บริษัทมีความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้มีความก้าวหน้าและเป็นไปตามมาตรฐานสากล (International Standards) โดยจัดระบบงานให้มีประสิทธิภาพ มีการควบคุมภายในที่ดี เช่น มีระเบียบปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง และมีคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งทำหน้าที่ดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสม เพื่อให้มีการคุ้มครองปกป้องสินทรัพย์ทั้งของลูกค้าและของบริษัทอย่างครบถ้วน

        นอกจากนี้บริษัทมีฝ่ายบริหารความเสี่ยงซึ่งมีหน้าที่กำหนดมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานของบริษัทซึ่งทำงานประสานกันกับหน่วยงานตรวจสอบภายในและหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ ระบุ และประเมินปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนกำหนดมาตรการและทำการบริหารจัดการกับความเสี่ยง เพื่อให้ระดับความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่กำหนดไว้เป็นนโยบาย นอกจากนี้บริษัทยังได้ติดตามและรายงานผลของการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับทราบ เพื่อให้มีแนวทางและติดตามการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้มีกลไกบริหารความเสี่ยงที่ครบถ้วนตามความเหมาะสม จนนำไปสู่การเป็นวัฒนธรรมด้านความเสี่ยงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบรรษัทภิบาลของบริษัท

        การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท นอกจากจะเป็นในลักษณะของการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางรายงานประจำปีแล้ว บริษัทยังจัดทำเวบไซต์ของบริษัทที่ http://www.mfcfund.com เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท กองทุนภายใต้การจัดการ ข่าวสารทั่วไปของบริษัท รวมทั้งสาระความรู้เกี่ยวกับการออม การบริหารสินทรัพย์ และการลงทุนเพื่อสร้างเสริมความรู้พื้นฐาน โดยคาดหวังให้เป็น Knowledge Base สำหรับลูกค้าและประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ในเวบไซต์ของบริษัทได้เปิดช่องทางการทำธุรกรรมกองทุนกับบริษัทผ่านทางอินเตอร์เน็ต มีชื่อบริการว่า MFC-NET หรือ E-Trade และยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าได้ลงทะเบียนไว้กับบริษัท เพื่อรับจดหมายข่าว (Newsletter) จากบริษัทเป็นระยะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ (Interactive Voice Response) ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางโทรศัพท์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
 

 

:: หน้าแรก :: รู้ทันข่าว :: กองทุนของเรา :: ศูนย์บริการ :: รู้ก่อนลงทุน :: รู้จัก MFC :: สำหรับสมาชิก :: ติดต่อ MFC :: แผนผัง :: คำเตือน :: สมัครงาน ::  
© Copyright 2005 MFC Asset Management Public Company Limited | All Rights Reserved.