ลงทุนโดยตรงในอสังหาริมทรัพย์ |
ลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ |
| 1. จำนวนเงินลงทุนที่ใช้ จะเป็นจำนวนที่สูง จึงจะสามารถให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและแน่นอน
(ราคาที่ดินพร้อมอาคารบวกค่าตกแต่ง เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการให้เช่า) |
1. จำนวนเงินที่ต้องใช้ลงทุน เป็นจำนวนตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป
จึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าในด้านเงินลงทุน |
| 2. หากต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสด ต้องขายทรัพย์สินออกไปทั้งชิ้น
ไม่สามารถแบ่งขายเป็นส่วนๆได้ |
2. สามารถแบ่งขายออกไปในตลาดหลักทรัพย์ตามจำนวนหน่วยลงทุนที่มีอยู่
และตามปริมาณเงินสดที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องขายออกไปทั้งหมด |
| 3. การขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ออกไปในกรณีที่ต้องการเลิกลงทุน
ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการหาผู้ซื้อ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์มีสภาพคล่องต่ำ |
3. หน่วยลงทุนในกองทุน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
จึงมีตลาดซื้อขายที่แน่นอนและชัดเจนมากกว่า |
| 4. การซื้ออสังหาริมทรัพย์ ต้องรับภาระทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และอากรแสตมป์(ร้อยละ
2.5) |
4. กองทุนได้รับการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธ์ให้เหลือเพียง
ร้อยละ 0.01 หรือสูงสุดไม่เกินหนึ่งแสนบาท และได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์ |
| 5. การซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อปล่อยเช่าหารายได้นั้น
จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมตกแต่งอาคาร การหาผู้เช่า
ให้บริการผู้เช่า ดูแลและจัดการอาคาร ซึ่งต้องการเวลา
ความรู้และประสบการณ์เฉพาะ |
5. ทรัพย์สินของกองทุนจะได้รับการดูแลจัดการโดยผู้จัดการกองทุน
และบริษัทผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการบริหารทรัพย์สิน
ทำให้นักลงทุนสามารถปลดเปลื้องภาระเหล่านี้ออกไปได้ |
| 6. การปรับสัดส่วนในพอร์ตการลงทุน เช่น การซื้อทรัพย์สินเพื่อเพิ่มผลตอบแทน
หรือเพื่อกระจายความเสี่ยง ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะต้องการเงินทุนมาก
ทั้งอาจตัดสินลงทุนผิดพลาดได้ง่าย |
6. การปรับสัดส่วนในพอร์ตการลงทุน
สามารถทำได้ง่าย เพียงหาซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนอื่นเพิ่มเติม
ลดหรือเพิ่มการลงทุนในกองทุนเดิม โดยที่กองทุนเดิมสามารถเพิ่มการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ได้อีก
และในกรณีเหล่านี้ จะเป็นการตัดสินใจโดยผู้จัดการมืออาชีพ
ที่มีโอกาสผิดพลาดน้อยกว่า |
| 7. ผลกำไรจากการให้เช่า และกำไรที่ได้รับจากผลต่างของราคาทรัพย์สินที่ขายได้กับต้นทุนที่ซื้อ
ต้องเสียภาษีเงินได้หากถือครองทรัพย์สินในรูปนิติบุคคล
แต่หากลงทุนในลักษณะบุคคลธรรมดา ฐานการคำนวณภาษี จะไม่ใช้ฐานของกำไร
แต่จะใช้ฐานทุนทรัพย์หรือราคาขายหักด้วยอัตราลดหย่อนมาตรฐาน
เพื่อคำนวณภาษีรายได้จากการขาย ตามตารางอัตราภาษีของบุคคลธรรมดา
ซึ่งแม้จะมีการกำหนดอัตราสูงสุดไว้ไม่เกินร้อยละ 20
ของราคาประเมินทางราชการหรือราคาขาย แต่ก็ยังเป็นจำนวนที่สูงมาก |
7. ผลกำไรจากการให้เช่าและจากการขายทรัพย์สินของกองทุนได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งได้รับเงินปันผลจากกองทุน
จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเพียงร้อยละ 10 โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตอนปลายปี
และหากขายหน่วยลงทุนออกไปในตลาดหลักทรัพย์และได้กำไรส่วนต่างจากราคาที่ได้มา
จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งจำนวน |
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
โปรดติดต่อสอบถาม
สายงานการตลาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่หมายเลขโทรศัพท์
02-649-2000 ต่อ 2174 (คุณณัฐรี) หรือ ต่อ 2176 (คุณพัทธนันท์)
|