รายงานติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม ประจำปี 2563 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

วัตถุประสงค์

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม ที่ ทธ. 49/2562 โดยประกาศนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เพื่อรองรับมาตรา 124/1 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ซึ่งกำหนดให้ บลจ. มีหน้าที่ติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวมในเรื่อง (1) การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (2) การกระทำที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรม (3) การกระทำที่อาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ

แนวทางการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม

บริษัทได้จัดทำแนวทางในการดำเนินการเพื่อใช้ในการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 และได้ทบทวนแนวทางดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งบริษัทเห็นว่าแนวทางฯ ที่คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไว้นั้นมีความเหมาะสมกับการติดตามการปฏิบัติงานในปัจจุบันและสอดคล้องกับแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดไว้อยู่แล้ว ดังนี้

1.กำหนดขอบเขตของการติดตามดูแลฯ ครอบคลุมใน 6 เรื่องตามที่ ก.ล.ต. กำหนด ได้แก่
1.1 การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ และการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินที่ไม่มีราคาตลาดหรือที่ไม่มีสภาพคล่อง
1.2 วิธีการบริหารจัดการกองทุนรวมตามที่เปิดเผยแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
1.3 การคัดเลือกและติดตามการให้บริการของผู้ให้บริการ (เฉพาะที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากกองทุน)
1.4 การส่งคำสั่งซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงิน
1.5 การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากกองทุนรวมหรือผู้ถือหน่วยลงทุน
1.6 การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์

2.กำหนดวิธีการในการติดตามดูแล

3.กำหนดระยะเวลาในการติดตามดูแล

4.กำหนดให้ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานและฝ่ายตรวจสอบกิจการภายในและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นผู้ดำเนินการติดตามดูแลตามขอบเขตที่กำหนดไว้ โดยในบางเรื่องที่ฝ่ายกำกับฯ ได้ตรวจสอบเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น รายการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวมการใช้สิทธิออกเสียง เป็นต้น ทางฝ่ายตรวจสอบกิจการภายในฯจะสุ่มรายการเพื่อตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้มีการถ่วงดุลการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

5.การรายงานผลการดำเนินงาน โดยฝ่ายตรวจสอบกิจการภายในฯ เป็นผู้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปี เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท พร้อมนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ทั้งนี้ ในกรณีที่พบการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับให้รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท และสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการกระทำดังกล่าว

6.กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาของฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เป็นผู้จัดทำความเห็นในเรื่องดังต่อไปนี้
6.1 นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยจัดทำความเห็นทุกครั้งที่มีการทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว
6.2 การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ วิธีการจัดการ ที่ต้องได้รับมติพิเศษจากผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจัดทำความเห็นทุกครั้งพร้อมการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน

รายงานการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม ประจำปี 2563

จากการติดตามดูแลจัดการกองทุนรวมตามขอบเขตที่กำหนดรวม 6 เรื่อง บริษัทมีการปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดโดยไม่พบการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือไม่เป็นธรรม หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ สรุปผลได้ดังนี้

1.การซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องจากการตรวจสอบพบว่า มีการปฏิบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดมีการจัดเก็บเอกสารครบถ้วน

2. การบริหารจัดการกองทุนรวมตามที่เปิดเผยแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนจากการตรวจสอบพบว่ามีการจัดการกองทุนรวมที่เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์การลงทุน

3. การคัดเลือกและติดตามการให้บริการของผู้ให้บริการ(เฉพาะที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากกองทุน) จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการจ้างผู้ให้บริการแก่กองทุนที่เป็นบริษัทในเครือโดยจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าราคาตลาด (market rate) และคุณภาพของการให้บริการที่ได้รับ นอกจากนี้ในส่วนของการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ มีขั้นตอนการอนุมัติและบันทึกในระบบอย่างถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในโครงการของกองทุน

4. การส่งคำสั่งซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินจากการตรวจสอบพบว่าผู้ประเมินได้ประเมินนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและมีการจัดเก็บหลักฐานประกอบการพิจารณาไว้ครบถ้วน

5. การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากกองทุนรวมหรือผู้ถือหน่วยลงทุนจากการตรวจสอบพบว่ามีวิธีปฏิบัติในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามโครงการนโยบายการลงทุน ซึ่งจากการตรวจสอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีการบันทึกถูกต้องมีเอกสารประกอบรายการครบถ้วนและมีการสอบยันกับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม โดยไม่พบรายการค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมที่เข้าลักษณะไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหน่วยลงทุน

6. การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2563 มีหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ต้องไปประชุมในนามกองทุนจำนวน 230 หลักทรัพย์ โดยมีการปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงแทนกองทุนตามที่บริษัทกำหนด

 

เกี่ยวกับ MFC