กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ดิวิเดนด์ เอเชีย (MDIVA) ทางเลือกที่เหนือกว่า เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากหุ้นปันผลสม่ำเสมอในระยะยาว IPO วันนี้ - 5 พ.ย. 62

บลจ. เอ็มเอฟซี ชูกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ดิวิเดนด์ เอเชีย (MDIVA)

ทางเลือกที่เหนือกว่า เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากหุ้นปันผลสม่ำเสมอในระยะยาว

IPO ตั้งแต่วันนี้ - 5 พ.ย. 2562

เอ็มเอฟซีเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ดิวิเดนด์ เอเชีย (MDIVA) เน้นลงทุนในหุ้นไทยและภูมิภาคเอเชีย เป็นทางเลือกเพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุน มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นที่มี dividend yield สม่ำเสมอ และมีศักยภาพการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต แบ่ง Class จ่ายปันผลและสะสมมูลค่า เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผล และผู้ที่ต้องการสะสมผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ - 5 พฤศจิกายน 2562 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

นายเดนนิส ลิม กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนทำให้ธนาคารกลางที่สำคัญดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และธนาคารโลกคาดว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2562 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเป็น 2.6% (yoy.) ก่อนปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยที่ 2.7% (yoy.)ในปี 2563 จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในหุ้นหรือหลักทรัพย์ประเภท Yield Play ที่ให้ผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เช่น การลงทุนในหุ้นของบริษัทคุณภาพดี มีศักยภาพในการเติบโต และจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ กระจายการลงทุน (Diversification) ไปยังอุตสาหกรรมและประเทศในเอเชีย โดยหุ้นในภูมิภาคเอเซียให้ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในสัดส่วนสูงกว่าหุ้นในภูมิภาคอื่นๆ

เอ็มเอฟซีจึงเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ดิวิเดนด์ เอเชีย (MDIVA) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในระยะยาว ทั้งในไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มีกลยุทธ์การลงทุนแบบมุ่งหวังผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ซึ่งจะคัดเลือกหุ้นของบริษัทมีการเติบโตของรายได้อย่างยั่งยืน มีฐานะทางการเงินที่ดี มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสามารถจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมทั้งมีการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวะตลาดการลงทุน

ทั้งนี้ ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารอื่น เช่น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund : ETF) ทั้งในและต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (FX Hedging) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

กองทุนเปิด MDIVA เหมาะสำหรับผู้สนใจลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว รับความผันผวนของราคาหุ้นที่กองทุนไปลงทุน ซึ่งอาจจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่ลงทุนและทำให้ขาดทุนได้ และผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุน โดยช่วงแรกกองทุนเปิดให้บริการ 3 ชนิดหน่วยลงทุนได้แก่ 1. MDIVA-D ชนิดจ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป, 2. MDIVA-A ชนิดสะสมมูลค่า สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (โดยชนิดที่ 1 และ 2 ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000 บาท), 3. MDIVA-ID ชนิดจ่ายปันผล สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (ลงทุนขั้นต่ำ 50 ล้านบาท) ซึ่งกองทุนมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ภายหลังการเสนอขายครั้งแรกกองทุนจะเปิดให้ซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยงของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 หรือที่ www.mfcfund.com หรือสาขาแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร. 0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร.043-204-014 สาขาเชียงใหม่ โทร. 053-218-480-82 สาขาระยอง โทร. 033-100-340-2 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324 - 25  

กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและหรือรับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนแรกเริ่มได้ ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก 

https://www.mfcfund.com/Web/UploadFiles/Banners/files/Fact%20Sheet_MDIVA_02172562_210214.pdf

https://www.youtube.com/watch?v=L0C0zgGW3fk&t=10s